วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทาน ๑๐ อย่างที่ไม่ควรให้

ทาน ๑๐ อย่างที่ไม่ควรให้
๑. หญิงให้เมถุนธรรมเป็นทาน
๒. ปล่อยโคตัวผู้เข้าไปในฝูงแม่โคเพื่อเมถุนธรรม
๓. ให้น้ำเมา คือสุราเมรัยเป็นทาน
๔. ให้รูปเขียน อันประกอบด้วยเมถุนธรรมเป็นทาน
๕. ให้ศาตราวุธเป็นทาน
๖. ให้ยาพิษเป็นทาน
๗. ให้โซ่ตรวน ขื่อคา เป็นทาน
๘. ให้ไก่เพื่อให้เขาไปฆ่า
๙. ให้สุกรเพื่อให้เขาไปฆ่า
๑๐. ให้ทานเครื่องตวง ตาชั่ง ทะนาน เพื่อใช้โกง
เหล่านี้ บัณฑิตไม่สรรเสริญ ทำให้ผู้ให้ให้แล้วไปสู่อบาย


https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=373815496062205&id=222085381235218&substory_index=0

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

อกุศลกรรมบถ ๑o

๑. ปาณาติบาต ( ฆ่าสัตว์ , เบียดเบียนสัตว์ )
๒. อทินนาทาน ( ลักทรัพย์ )
๔. มุสาวาท ( พูดโกหก )
๕. ปิสุณาวาท ( พูดส่อเสียด )
๖. ผรุสวาท ( กล่าวคำหยาบ )
๗. สัมผัปปลาปะ ( กล่าวคำเพ้อเจ้อ )
๘. อภิชฌา ( อยากได้ของผู้อื่น )
๙. พยาบาท ( ผูกใจเจ็บ )
๑o. มิจฉาทิฏฐิ ( ความเห็นผิด )

http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%96-10-a-157223.html

กุศลกรรมบถ10

กุศลกรรมบถ หมายถึง ทางแห่งกรรมดี,ทางทำดี, ทางแห่งกรรมที่เป็นกุศล, กรรมดีอันเป็นทางนำไปสู่ความสุขความเจริญหรือสุคติ (wholesome course of action) เป็นธรรมส่วนสุจริต 10 ประการ จึงเรียกชื่อว่า กุศลกรรมบถ 10
คำว่า กรรมบถ (อ่านว่า กำมะบด) แปลว่า ทางแห่งกรรม คือ การกระทำที่เข้าทางเป็นกรรมหรือที่นับว่าเป็นกรรม หมายถึง ทางแห่งกุศลกรรม คือการกระทำที่นับว่าเป็นความดีได้แก่
  • ที่เป็นกายกรรม มี 3 อย่าง คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม
  • ที่เป็นวจีกรรม มี 4 คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
  • ที่เป็นมโนกรรม มี 3 คือ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้าย เห็นชอบตามคลองธรรม (สัมมาทิฐิ)

 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%96


ประพฤติดีด้วยกาย 3 ประเภท
ประพฤติดีด้วยกาย นั้นชื่อว่า กายกรรม คือ ทำกิจการงานด้วยกายอย่าให้ทุกข์เกิดขึ้นแก่ผู้อื่น กายกรรมที่ให้เกิดทุกข์แก่ผู้อื่นนั้น มี 3 ประการ
  1. คือ อย่าเบียดเบียนร่างกายของท่าน คือ อย่าฆ่า อย่าฟัน อย่าทุบ อย่าตี ร่างกายของท่านผู้อื่นโดยที่สุด เว้นถึงสัตว์ติรัจฉานได้ยิ่งเป็นการดี ตรงภาษาบาลีที่ว่า ปาณาติปาตาเวรมณี ฯ
  2. คือ อย่าเบียดเบียนทรัพย์สมบัติข้าวของของท่านผู้อื่น คืออย่าลักขโมย อย่าฉ้อโกง อย่าเบียดบังเอาข้าวของของท่านผู้อื่น ตรงภาษาบาลที่ว่า อทินฺนาทานาเวรมณี ฯ
  3. คือ อย่าแย่งชิงลักลอบด้วยอำนาจของกายในหญิงที่ท่านหวงห้าม ตรงภาษาบาลีที่ว่า กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณีฯ

ประพฤติดีด้วยวาจา 4 ประเภท

(วจีกรรม 4 ประเภท) นั้นได้แก่

  1. คือ ให้กล่าวแต่วาจาถ้อยคำที่สัตย์ที่จริง ให้เว้นจากวาจาที่เท็จไม่จริงเสีย ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า มุสาวาทาเวรมณี ฯ
  2. คือ ให้กล่าวแต่วาจาถ้อยคำอันสมานประสานสามัคคีให้ท่านดีต่อกัน ให้เว้นวาจาส่อเสียดยุยงเสีย ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า ปิสุณายาวาจาเวรมณีฯ
  3. คือ ให้กล่าวแต่วาจาถ้อยคำอันอ่อนโยน ให้เกิดความยินดีแก่ผู้ฟัง ให้งดเว้นวาจาที่หยาบคายขึ้นกูขึ้นมึง บริภาษตัดพ้อหยาบๆ คายๆ ให้ผู้ฟังได้รับความเดือดร้อนต่างๆ เสีย ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า ผรุสฺสายวาจายเวรมณี ฯ
  4. คือ ให้กล่าวแต่วาจาถ้อยคำที่เป็นไปกับด้วยประโยชน์ ให้เว้นวาจาที่เหลวไหล คือพูดเล่นหาประโยชน์มิได้เสีย ตรงกับภาษาลีที่ว่า สมฺผปฺปลาปาวาจายเวรมณี ฯ

 ประพฤติดีด้วยใจ 3 ประเภท

ประพฤติดีด้วยใจ 3 ประเภท (มโนกรรม 3 ประเภท) นั้นคือ
  1. คือ ให้ระวังเจตนากรรม ให้สัมประยุตต์ด้วยเมตตาอยู่เสมอ คือ ความดำริของใจ อย่าให้ลุอำนาจแห่งโลภะ คืออย่าเพ่งเอากิเลสกามและวัตถุกามของท่านผู้อื่น ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า อนภิชฺฌา โหติฯ
  2. คือ ให้ระวังเจตนากรรมให้สัมประยุตต์ด้วยกรุณาอยู่ทุกเมื่อ อย่าให้โทสะ พยาบาท เข้าครอบงำได้ ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า อพฺพยาปาโท โหติฯ
  3. คือ ให้ระวังเจตนากรรมให้สัมประยุตต์ด้วย มุทิตา อุเบกขา อยู่ทุกเมื่อ อย่าให้ไหลไปในทางผิด ให้เห็นตรงตามคลองธรรมทั้ง 10 นี้อยู่ทุกเมื่อ ตรงกับภาษาบาลีที่ว่า สมฺมทิฎฺฐิโก โหติฯ

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประเภทของกิเลส10

ประเภทของกิเลส
1.อโนตตัปปะ ความไม่รู้สึกตื่นกลัวต่อการทุจริต
2.โทสะ ความโมโห โกรธ ความไม่พอใจ
3.โมหะ ความหลงใหล ความโง่
4.อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่านไปต่างๆนานา
5.ทิฏฐิ ความเห็นผิดเป็นชอบ
6.วิจิกิจฉา ความเคลือบแคลงใจ สงสัย ไม่แน่ใจ ลังเลใจ ในสิ่งที่ควรเชื่อ
7.โลภะ ความพอใจ ชอบพอ เต็มใจ ในโลกียอารมณ์ต่างๆ
8.ถีนะ ความหดหู่ เงียบเหงา
9.อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการกระทำผิด ทุจริต
10.มานะ ความ ทะนงตน ถือตัว เย่อหยิ่ง
ความเป็นตัวตน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AA

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เทวดาชั้นจาตุมมหาราชโดยฐานะ ๑๐

มหาราชทั้ง ๔ ในชั้นนั้น ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานเป็นอดิเรก
 ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลเป็นอดิเรก ย่อมก้าวล่วง
เทวดาชั้นจาตุมมหาราชโดยฐานะ ๑๐ ประการ คือ
  1. อายุทิพย์
  2. วรรณทิพย์
  3. สุขทิพย์
  4. ยศทิพย์
  5. อธิปไตยทิพย์
  6. รูปทิพย์
  7. เสียงทิพย์
  8. กลิ่นทิพย์
  9. รสทิพย์
  10. โผฏฐัพพทิพย์ ฯ
ปุญญกิริยาวัตถุสูตร

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=4992&Z=5046&pagebreak=0

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บุคคล 10 จำพวก


ทสกนิทเทส
ว่าด้วยบุคคล ๑๐ จำพวก
[๑๕๒] ความสำเร็จ ในกามาวจรภูมินี้ ของพระอริยบุคคล
๕ เจ้าพวกนี้ เหล่าไหน ?
ความสำเร็จในกามาวจรภูมินี้ ของพระอริยบุคคล จำพวก
เหล่านี้ คือ.
๑. พระอริยบุคคลประเภท สัตตักขัตตุปรมะ
๒. พระอริยบุคคลประเภท โกลังโกละ
๓. พระอริยบุคคลประเภท เอกพีชี
๔. พระอริยบุคคลประเภท สกทาคามี
๕. ผู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในอัตภาพนี้
ความละอัตภาพในกามาวจรนี้ไปแล้ว จึงสำเร็จ ของพระ-
อริยบุคคล ๕ จำพวก เหล่าไหน ?
ความละอัตภาพในกามาวจรนี้ไปแล้ว จึงสำเร็จของพระอริย-
บุคคล ๕ จำพวกเหล่านี้ คือ
๑. พระอริยบุคคลประเภท อันตราปรินิพพายี
๒. พระอริยบุคคลประเภท อุปหัจจปรินิพพายี
๓. พระอริยบุคคลประเภท อสังขารปรินิพพายี
๔. พระอริยบุคคลประเภท สสังขารปรินิพพายี
๕. พระอริยบุคคลประเภท อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 460
การบัญญัติจำพวกบุคคลทั้งหลาย ย่อมมีด้วยบัญญัติ เพียงเท่านี้.
จบบุคคล ๑๐ จำพวก

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อสัทธรรม 10

อสัทธรรม ๑๐ อย่างดังนี้
๑. ทำลายความดีของผู้อื่น
๒. คะนอง
๓. ทะยานอยาก
๔. กินมาก
๕. ละโมภ
๖. ไม่กรุณา
๗. ไม่มีกำลัง*
๘. ส่งเสียงเอ็ดอึง
๙. หลงลืมสติ
๑๐. ทำการสะสม




*คำว่า “ไม่มีกำลัง” ที่พระพุทธเจ้ากล่าวถึง หมายถึงพระภิกษุที่
ไม่มีกำลังศรัทธา ไม่มีกำลังความ เพียร ไม่มีกำลังแห่งความละอายต่อบาป 
ไม่มีกำลังแห่งความเกรงกลัวต่อบาป ไม่มีกำลังสติ ไม่มีความ ตั้งใจมั่น
และไม่มีกำลังแห่งปัญญา

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=131612